3 วันอันทรหด
หลังจากวันลงทะเบียนสบพ.ที่ทำให้จ๊ะเอ๋ค้นพบสัจธรรมของการดำรงชีวิตที่ว่า
" พุง ไม่เข้าใครออกใคร " แล้ว
ทำให้เกิดสำนึกในอาหารทั้งหลายที่ทานเข้าไป
ไหนจะ แกงฮังเล ไหนจะน้ำพริกกุ้ง ไหนจะขนมจีนน้ำเงี้ยวไหนจะสารพัดผัดน้ำมันหอย
แล้วไหนจะอาหารจีนแต่ละอย่างที่อาม่า + ป้า + แม่ พากันขนมาประเคนให้จ๊ะเอ๋ถึงเมืองกรุง
ทำให้พุงน้อยๆ เริ่มขยายตัวขึ้น
วัดได้จากกระโปรงเครื่องแบบสบพ. ที่แต่ก่อนเคยใส่แบบหลวมๆ
ตอนนี้มันกลับเริ่มที่จะพอดี เอ่อ... จนเกินไป
ปฏิบัติการงดแป้ง + น้ำตาล และปริมาณอาหารจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง
ตามเมนูอาหารข้างล่างนี้
V
V
V
V
V
V

เมนูอาหารทรมานกายทั้งนั้น
ด้วยว่า...
จ๊ะเอ๋ ทานผลไม้ไม่เป็น ยกเว้นมะพร้าว บีทรูท และมะละกอดิบในส้มตำ
ส่วนผักนั้น ก็เพิ่งจะหัดทานได้ไม่นานมานี้ ทำให้ลักษณะของการทานผัก ออกจะคล้ายๆ เด็กอนุบาล
ที่แต่จะกว่าจะทานอาหารแต่ละมื้อได้ ก็ต้องมานั่งเขี่ยโน่นออก เขี่ยนี่ออก
อย่านะ !!! อย่าเพิ่งบอกว่าจ๊ะเอ๋บ้า
เพราะเมื่อตอนประถม มันบ้ายิ่งกว่านี้อีก
ตอนประถม เนื้อหมู วัว ไก่ กุ้ง ปลา ปลาหมึก + สารพัดสัตว์ จ๊ะเอ๋ก็ไม่ทาน
ไข่ก็ทานแต่ไข่แดง
ใครจะทำยังไงก็ไม่ทาน ต่อให้หั่นเล็กแค่ไหนแต่พอเข้าปากปุ๊บ ได้รส ได้กลิ่น จ๊ะเอ๋จะอ็อกออกมาทันที
ถึงตอนนี้ จ๊ะเอ๋ก็ยังสงสัยอยู่เลย ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่รอดมาได้ยังไง
แต่จากคำบอกเล่าของอาม่ากับอากง บอกว่า
จ๊ะเอ๋มีชีวิตรอดมาได้เพราะ 3 อย่าง
คือโอวัลติน ไข่ลวก และน้ำพะโล้
บ้าเนอะ นังเด็กคนนี้
มาๆ กลับมาที่เมนูอาหารอันทรหดต่อ
อย่างที่บอก ผลไม้ทานไม่เป็น ก็ตัดทิ้ง
อันไหนที่เป็นโจ๊ก ข้าวต้ม หรือข้าวที่ให้ทานแค่ 4-5 คำก็ตัดทิ้ง เพราะเดี๋ยวมันจะยั้งใจไม่ไหว
แจ๊กพอต ก็เลยมาตกที่สารพัดแกง
ในวันแรก จ๊ะเอ๋อาศัยยาคูลท์ 1 มื้อ
ในขณะที่อีก 2 มื้อ ตอนแรกตั้งใจจะทำแกงจืด
แต่ตอนที่ทำ เหลือบไปเห็นฟักทอง ก็เลยใส่เข้าไป เห็นเห็ดฟางของโปรด ก็ใส่เข้าไปอีก
ทำไปทำมา เริ่มชักจะไม่เป็นแกงจืด ก็เลยหั่นพริก บีบมะนาวใส่ลงไป
ก็กลายร่างเป็นต้มส้ม(ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกกันแบบนี้รึเปล่า แต่ทางเหนือเรียกแบบนี้อ่ะนะ)
ที่มีรสชาติคล้ายๆ กับค้มแซ่บ แต่มีฟักทองโผล่มาจากไหนไม่รู้
V
V
V

หน้าตาประหลาดๆ เนอะ
วันต่อมา ด้วยตอนแรกอาม่าตั้งใจจะทำแกงส้มตำลึง(เฮ่อๆ บ้านนี้ชอบทำอาหารแปลกๆ)
จ๊ะเอ๋ก็เลยกะจะอาศัยอานิสงค์จากน้ำพริกแกงส้มของอาม่า
แต่ ... โลกนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
จู่ๆ อาม่าก็เปลี่ยนเมนูไปทำขนมจีนน้ำเงี้ยวซะงั้น
จ๊ะเอ๋ก็เลยต้องใช้ความสามารถ(ที่มีอยู่น้อยนิด)
ทำน้ำพริกแกงส้มขึ้นมาเองเป็นครั้งแรกในชีวิต
พอทำน้ำพริกเสร็จ ก็เอาใส่ในหม้อที่ตั้งไฟทิ้งไว้จนเดือด
อาม่าก็เดินมากำกับรสชาติ โดยสั่งให้ชิม
ได้ จ๊ะเอ๋ก็ชิม แต่ทำไมมันเผ็ดอย่างเดียวเลยล่ะ
อาม่าก็เลยซักฟอก ได้ความว่า จ๊ะเอ๋ลืมใส่เกลือในน้ำพริก กรรมของเวร
ก็เห็นอาม่าบอกว่าให้ใส่กะปิในน้ำพริก จ๊ะเอ๋ก็เลยไม่คิดว่าจะต้องใส่เกลืออีก
แต่สุดท้าย แกงส้มประหลาดๆ ก็ออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้ว 1 หม้ออย่างที่เห็น
และคาดว่าจ๊ะเอ๋ยังคงจะต้องกินไปอีกหลายมื้อ... สาธุ

ปล. เคล็ดลับการตำน้ำพริกจากอาม่า คนโบราณเค้าถือว่าจะตำน้ำพริกให้อร่อย ต้องใส่พริกเป็นจำนวนคี่นะจ๊ะ